วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ขั้นตอนการเรียกลูกค้า


7 ขั้นตอนที่ช่วยดึงลูกค้ากลับมา



7 ขั้นตอนที่ช่วยดึงลูกค้ากลับมา

     คุณคงเคยได้ยินคำพูดที่บอกว่า "อย่าทำตัวเป็นคนแปลกหน้าซิ" เนื่องจากผู้พูดต้องการที่จะกระชับความสัมพันธ์กับคุณให้แนบแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าหากเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กแล้ว ลูกค้าที่ย้อนกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการซ้ำถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการอยู่รอดของบริษัทอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เตรียมแนวทาง 7 ข้อมาให้คุณลองนำไปปฏิบัติเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าย้อนกลับมาหาคุณใหม่

     1.ลูกค้าเก่าเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าลูกค้าใหม่

     ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการดึงดูดลุกค้าใหม่ๆ ข้อมูลนี้จัดว่าถูกต้องแล้ว ถ้าหากคุณทบทวนเรื่องของค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณา ทำการตลาด การใช้สื่อ และเครื่องมือต่างๆเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ แถมบ่อยครั้งที่การดึงดูดลูกค้าใหม่ๆยังเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาอีกด้วย
     Ed Brennan ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรของบริษัททำการตลาดและโฆษณาชื่อ Harrison Leifer DiMarco กล่าวว่า "ว่าที่ลูกค้าจะฟังข้อเสนอของคุณก็ต่อเมื่อพวกเขาพร้อมที่จะซื้อหรือเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเท่านั้น สิ่งนี้หมายความว่าคุณจำเป็นต้องตามล่าเพื่อค้นหาคนกลุ่มน้อยที่พร้อมจะเปลี่ยนมาใช้บริการของคุณได้"

     2.ลูกค้าเก่าคือป้ายโฆษณาเดินได้

     ถ้าหากลูกค้าย้อนกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่ลูกค้ารายนี้พอใจสิ่งที่เขาเห็นในครั้งแรก แถมยังมีโอกาสที่ลูกค้ารายนี้จะบอกต่อๆไปซึ่งเป็นการโฆษณาที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดอีกด้วย

     Jay Lipe ผู้แต่งหนังสือชื่อ The Marketing Toolkit for Growing Business กล่าวว่า "ผลการสำรวจล่าสุดระบุว่าคนแต่ละคนจะมีแวดวงคนรู้จักประมาณ 50 ถึง 300 คน คุณลองจินตนาการดูเอาเองก็แล้วกันว่าพนักงานขายแต่ละคนใช้เวลานานขนาดไหนกว่าที่จะหาว่าที่ลูกค้า 300 คนได้ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำและการหาวิธีทำให้ลูกค้าเหล่านี้กลับไปบอกต่อคนที่รู้จักเกี่ยวกับบริษัทของคุณได้ นั่นเท่ากับคุณได้ขยายพนักงานขายของคุณออกไป โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย"

     3.จงทำธุรกิจอย่างคงเส้นคงวาเพื่อสร้างฐานลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ

     ถ้าหากมองเผินๆ การสร้างฐานลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำอย่างยั่งยืนไม่น่าจะมีอะไรมากไปกว่าการให้บริการและผลิตภัณฑ์ชั้นยอดเท่านั้นเอง คำพูดดังกล่าวเป็นความจริง แต่ความเป็นเลิศไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนเสมอไป การที่ลูกค้ากลับมาซ้ำอีกเนื่องจากพวกเขาได้รับประสบการณ์ที่เสมอต้นเสมอปลายมากกว่า Drew Stevens ผู้แต่งหนังสือชื่อ Gold Medal Customer Services บอกว่ามีบริษัทอยู่สามแห่งซึ่งถือเป็นตัวแทนของความเสมอต้นเสมอปลายได้
  • Starbuck's Coffee ("พวกเขามักจะจ้างพนักงานที่ร่าเริงและทุ่มเททำงาน ดังนั้นลูกค้าจึงไม่ว่าอะไรกับการจ่ายเงินซื้อกาแฟที่มีราคาแพงกว่า")
  • Southwest Airlines ("ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเครื่องบินจากการคิดค่าธรรมเนียมที่เสมอต้นเสมอปลาย")
  • McDonald ("ให้บริการที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในทุกเมือง")
    
     4.จ้างพนักงานที่เหมาะสม

     การที่พนักงานของคุณก็คือคนที่ต้องเจอกับลูกค้าก่อน กริยาท่าทางและการโต้ตอบกับลูกค้าของพวกเขาจะเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอีก
     Lori Vest ที่ปรึกษาของบริษัท Troy กล่าวว่า "คนที่มีทัศนคติที่เป็นบวก เป็นมิตร และใส่ใจเกี่ยวกับการทำงานให้ดีที่สุดก็คือคนที่คุณควรเลือกใช้ พนักงานที่จำเป็นต้องติดต่อกับลูกค้าตั้งแต่รีเซฟชันไปจนถึงแผนกเก็บเงินจำเป็นต้องเข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า"

     5.รู้จักลูกค้าเป็นอย่างดี

     การดึงลูกค้ากลับมาจะเป็นเรื่องยาก ถ้าหากคุณไม่ทราบคุณค่าของลูกค้า วิธีการอย่างหนึ่งที่จะทำเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือการใช้ซอฟต์แวร์บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (customer relationship management -CRM) แม้แต่บริษัทขนาดเล็กที่เปิดกิจการภายในบ้านก็สามารถใช้ประโยชน์จากระบบ CRM ได้เช่นกัน อาทิเช่นการใช้คุณสมบัติต่างๆที่มีอยู่ในโปรแกรม Microsoft Office Small Business 2007ที่มี Outlook กับ Business Contact Manager (BCM) ในตัวเป็นต้น
     โปรแกรม BCM จะช่วยให้คุณคอยติดตามว่าที่ลูกค้า ลูกค้า และโอกาสในการขายได้ ส่วนบริษัทขนาดเล็กที่มีลูกค้าเป็นจำนวนมากจะได้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า อาทิ Microsoft Dynamics CRM 3.0 ซึ่งจะช่วยให้คุณรวบรวม จัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญของลูกค้าได้ เพื่อที่คุณจะได้ศึกษาประวัติในการซื้อและข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อ ซึ่งจะทำให้คุณทราบว่าลูกค้าต้องการหรือมองคุณค่าธุรกิจของคุณได้อย่างไรบ้าง
     6.สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัว

     โดยคำนิยามแล้ว ลูกค้าที่กลับมาซ้ำก็คือคนที่คุณรู้จัก คุณต้องรักษาความสัมพันธ์ดังกล่าวให้มีความเป็นส่วนตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตัวอย่างเช่นการรู้จักชื่อของลูกค้า (เครื่องมืออย่าง BCM หรือ CRM จะมีประโยชน์มาก เนื่องจากคุณจะทราบประวัติการซื้อ และข้อมูลอื่นๆของลูกค้าได้ในทันที)
     Vest กล่าวว่า "การสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับลูกค้าถือเป็นปัจจัยสร้างความเป็นต่อในการแข่งขันที่ดีที่สุด ทุกคนมักชอบที่เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในร้านกาแฟแล้วพนักงานเสิร์ฟจำชื่อและเครื่องดื่มโปรดของพวกเขาได้ทันที"

     7.ติดต่อกับลูกค้าเสมอ

     การกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซ้ำทำได้โดยการติดต่อกับลูกค้าอยู่เสมอผ่านทางบล็อก จดหมายข่าว หรือช่องทางอื่นๆซึ่งรองรับการสื่อสารอย่างต่อเนื่องได้
     Heather Ledeboer เจ้าของบริษัทขายเสื้อผ้าและสินค้าสำหรับผู้ปกครองและเด็กๆที่ชื่อ Mom 4 Life and Athol, ID กล่าวว่า "เราส่งจดหมายเขียนด้วยลายมือไปยังลูกค้าซึ่งมียอดสั่งซื้อสูงกว่าที่กำหนดและให้ส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งต่อไปด้วย นอกจากนั้นเรายังมีบล็อกที่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและมีการแจกรางวัลทุกสัปดาห์โดยใช้ระบบวิดีโอ You Tube ด้วย ลูกค้ารู้จักเราผ่านช่องทางดังกล่าวและความภักดีของพวกเขาก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

การแก้ไขปัญหาอย่างไม่เป็นทางการจากการมีหนี้สิน


การแก้ไขปัญหาอย่างไม่เป็นทางการ



      •  Workout คือ การตกลงกันด้วยความสมัครใจระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้และเจ้าหนี้ยินยอมใหกิ้จการ
สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยมีการปรับปรุงฐานะทางการเงินให้กลับมามั่นคงอีกครั้ง

      •  Restructuring คือ การปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ เช่น การเปลี่ยนหนี้บางรายการระยะสั้นเป็นระยะยาว
หรือเปลี่ยนหนี้เป็นทุน

      •  Extension คือ การยืดเวลาการชำระหนี้ หมายถึง เจ้าหนี้ยอมขยายกำหนดเวลาการชำระหนี้ออกไป
สำหรับยอดหนี้ที่ค้างชำาระหนี้เต็มจำนวนอยู่และเป็นไปได้ที่เจ้าหนี้อาจให้เงินกู้จำานวนหนึ่งแก่ลูกหนี้เพื่อชำระหนี้การค้าในช่วงเวลาที่ขยายการชำระหนี้ด้วย

      •  Composition คือ การประนอมหนี้ หมายถึง การที่เจ้าหนี้ยินยอมลดจำนวนหนี้สินลง จำนวนหนี้ที่
ยอมลดใหจ้ ะมากนอ้ ยแค่ไหนขั้นอยูกั่บการตอ่ รองระหว่างเจ้าหนี้แม้บางครั้งการชำระหนี้ไมสู่งแตถื่อ
ว่าดีกว่าไปฟ้องรอง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายทางศาลและเป็นการรักษาชื่อเสียงของเจ้าหนี้ รวมทั้งกิจการของ
ลูกหนี้ก็ไมต่ตอ้องตกเปน็นการลม้ ละลาย

      •  Assignment เป็นการเลิกกิจการอย่างไม่เป็นทางการโดยลูกหนี้ขอเลิกกิจการกับเจ้าหนี้โดยตรงแล้ว
เจ้าหนี้ยินยอม


คุณสมบัติของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก

คุณสมบัติของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก
                                          
      
บุคคลที่มีความสนใจ  และเตรียมตัวเข้าสู่ธุรกิจขนาดย่อม  ต้องมีคุณสมบัติของนักธุรกิจที่ดี คือ  

      1.  มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับงานอาชีพ  จากการศึกษาเล่าเรียนและการทำงานจะทำให้มีความรู้และประสบการณ์พื้นฐาน  สามารถนำมาประยุกต์กับธุรกิจของตนเองได้

      2.  มีความพร้อมที่จะทำงานหนัก  มีความอดทน

      3.  มีมนุษยสัมพันธ์ มีอัธยาศัยที่ดีกับบุคคลทั่วไป

      4.  สื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      5.  มีภาวะผู้นำ

      6.  มีความภาคภูมิใจในผลงาน

      7.  มีความรับผิดชอบ

      8.  กล้าเสี่ยงและกล้าตัดสินใจ

สิ่งที่กิจการต้องเผชิญเมื่อมีหนี้สินล้นพ้นตัว



สิ่งที่กิจการต้องเผชิญเมื่อมีหนี้สินล้นพ้นตัว

       1. การทกจการไมส่ ามารถชำระหนี้ได้้ตามกำหนดเป็็นการชั่วคราวหรือเป็็นเหตุจากมูลค่าสินค้้า
ด้อยกว่าหนี้สินที่เป็นภาระผูกพัน

       2. ถ้าปัญหาดังกล่าวเปน็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวการทำาความตกลงกับเจ้าหนี้อาจขยายเวลา
เพื่อให้ปัญหาผ่อนคลายได้ อย่างไรก็ตามถ้ามูลค่าของสินทรัพย์ถาวรตกต่ำมากๆและกิจการ
เกิดการขาดทุน ใครจะเป็นผู้รับภาระขาดทุนและใครจะเป็นผู้ได้รับมูลค่าที่ยังเหลืออยู่

       3. กิจการควรจะหยุดดำเนินการหรือดำเนินการต่อไป กล่าวคือเป็นการดีหรือไม่ที่จะดำเนิน
กิจการต่อไปหรือหยุดกิจการและขายสินทรัพย์ออกไปให้หมด

       4. ควรที่กิจการจะได้รับความคุ้มครองจากศาลภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลายหรือใช้วิธีอื่นที่
ไม่เป็นทางการเพื่อฟื้นฟูกิจการ

       5. ใครจะเป็นผู้ควบคุมกิจการเมื่อมีการเลิกกิจการหรือฟื้นฟูกิจการ ควรที่จะใหผ้ผู้บริหารชุดเดิม
รักษาการต่อไปหรือจะให้ผู้พิทักษ์ทรัพย์ (Trustee) เข้ามาดูแลกิจการแทน



ปัจจัยที่ทำให้ประสบความล้มเหลวในธุรกิจขนาดเล็ก




ปัจจัยที่ทำให้ประสบความล้มเหลว


     1. ไม่มีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ (Weak personality) บุคลิกภาพในที่นี้ หมายถึง ความเชื่อมั่นในตนเอง การมีพลังที่จะต่อสู้ ไม่ยอมแพ้ การขาดความมุ่งมั่นนี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ ผู้ประกอบการจำนวนมากที่ล้มลุกคลุกคลานมาหลาย ครั้งกว่าจะประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องมีกำลังใจดีมาก ดังนั้นจึงต้องไม่คิดว่าจะไม่เจออุปสรรคใด ๆ เลยในการ ทำธุรกิจ
      2. ไม่ชอบพบปะผู้คน (The loner syndrome) การทำธุรกิจจะต้องพบปะผู้คน ต้องรู้ความต้องการของผู้บริโภค รู้จักพนักงาน รู้จักผู้ผลิตและจำหน่าย วัตถุดิบ รู้จักหน่วยงานราชการ และบุคคลอื่น ๆ เป็นต้น เจ้าของกิจการจึงต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี การที่มีนิสัย ส่วนตัวไม่ชอบพบปะผู้คน เป็นคุณลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อการเป็นผู้ประกอบการที่ดี
      3. ไม่มีแนวคิดทางธุรกิจที่ชัดเจน (Nebulous business ideas) ผู้ประกอบการที่ล้มเหลวคือ บุคคลที่ไม่รู้ว่าตนเองกำลังอยู่ในธุรกิจอะไร หรือรู้แต่ไม่ศึกษาว่าธุรกิจนั้น กำลังถูกคุกคามจากอะไร คู่แข่งมีการปรับตัวอย่างไร ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงรสนิยมหรือไม่ มักจะทำ ธุรกิจในรูปแบบเดิมอยู่ตลอดเวลา
      4. ไม่มีแผนงานที่เป็นระบบ (No plan) บางครั้งผู้ประกอบการมีแนวคิดทางธุรกิจที่ชัดเจน แต่เวลานำแนวคิดไปปฏิบัติลงในรายละเอียด กลับมี ลักษณะเป็นมวยวัด อย่างนี้มีโอกาสจะล้มเหลวได้ง่าย เพราะแสดงถึง การทำงานแบบไม่เป็นระบบ การทำ แผนงานเอาไว้จะทำให้กำหนดทิศทางและรายละเอียดเอาไว้ก่อน ทำให้ไม่ลืม เพราะสมองคนเราไม่สามารถ จำทุกเรื่องและดึงออกมาทุกเรื่องอย่างเป็นระบบทุกครั้งที่เราต้องการได้
       5. ไม่มีแหล่งเงินทุนของตนเอง (Too little financial backing) แม้จะมีตัวอย่างมากมายของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากการเริ่มต้นจากศูนย์ คือไม่มีเงินเลย แต่ต้องทราบด้วยว่าในที่สุดกิจการที่จะเติบโตได้ก็ต้องใช้เงินทุน ผู้ประกอบการที่เริ่มต้นจากศูนย์ก็ต้องเก็บ หมอรอมริบให้ตนเองมีเงินทุนเพื่อใช้ดำเนินการเช่นกัน การขาดเงินทุนของตนเองทำให้ไม่มีฐานเงินทุนใน ส่วนของเจ้าของ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงมากสำหรับสถาบันการเงินที่จะปล่อยกู้ให้
       6. ไม่มีความรู้ในการบริหารกระแสเงินสด (Cash – flow troubles) ผู้ประกอบการที่ล้มเหลวมักจะไม่มีความรู้ในการจัดการ วางแผนเกี่ยวกับกระแสเงินสดเข้าและออก เมื่อ ขายสินค้าไปเกิดลูกหนี้ ถ้าประสิทธิภาพการบริหารลูกหนี้ไม่ดี เกิดหนี้เสียมาก ก็จะทำให้กระแสเงินสดไม่เข้า มาอย่างที่คาดหวังไว้ ในขณะที่ถ้าเงินสดรับที่เข้ามาช้านี้ ทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าแรง ค่าสินค้า วัตถุดิบได้ ก็จะ ทำให้เกิดภาวะขาดสภาพคล่อง และส่งผลลบต่อการดำเนินงานด้วย
       7. ไม่มีกลยุทธ์การตลาดที่ดี (No marketing strategy) สถิติในสหรัฐอเมริกาชี้ให้เห็นว่า 1 ใน 3 ของผู้ประกอบการรายใหม่ที่ล้มเหลวและออกไปจากตลาดสืบ เนื่องมาจากการไม่มีกลยุทธ์และการวางแผนการตลาดที่ดีพอ ซึ่งส่งผลต่อการไม่สามารถขายสินค้าได้ เนื่อง จากกลยุทธ์ที่ใช้ไม่สามารถตรงใจและดึงดูดใจลูกค้าได้
       8. ไม่มีระบบการควบคุม (No controlling) ผู้ประกอบการที่ล้มเหลวจำนวนหนึ่ง มักเป็นนักธุรกิจที่ชอบรุกไปข้างหน้าอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงว่า เมื่อสร้างธุรกิจขึ้นได้ตามความฝันแล้ว การจะดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนจะต้องดำเนินการควบคุมให้ได้ ผลตามเป้าหมายอย่างไร การไม่มีระบบการตรวจสอบหรือการควบคุม จะทำให้ไม่สามารถทราบว่า แต่ละหน่วย งานในกิจการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือมีการร่วมมือกันอย่างเต็มที่ระหว่างหน่วยงานหรือไม่เพื่อให้ บรรลุเป้าหมาย
       9. ไม่มีบุคลากรที่ดี (The wrong people) ผู้ประกอบการมักจะสูญเสียเงินทองเป็นจำนวนมากในการว่าจ้างพนักงานที่ไม่มีความรู้ ความสามารถที่ เหมาะสมมาช่วยงาน ทำให้ต้องลงมาดูงานในรายละเอียดทุกอย่าง ทั้งที่บางครั้งไม่จำเป็น ทำให้การทำงานขาด ประสิทธิภาพ ไม่สามารถขยายงานได้ หรือบางครั้งทำให้เป็นอุปสรรคในการดำเนินงานจนก่อให้เกิดความล้ม เหลวได้
       10. ไม่มีการคาดการณ์สภาพการแข่งขันได้อย่างเหมาะสม (Underestimating the competition) การมีแนวคิดที่ดี ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันเสมอไปว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะการแข่งขันในธุรกิจ มีอยู่ตลอดเวลา เราทำสิ่งหนึ่งได้ คนอื่นก็อาจจะทำตาม หรือทำให้ดีกว่าได้ ผู้ประกอบการที่ไม่เรียนรู้สภาพที่ แท้จริงของตลาด หรือประมาณการระดับการแข่งขันต่ำกว่าความเป็นจริงมีโอกาสล้มเหลวได้มาก 

การสร้างความสำเร็จของธุรกิจขนาดเล็ก

การสร้างความสำเร็จของธุรกิจขนาดเล็ก

                                              


      ธุรกิจขนาดย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จต้องอาศัยปัจจัยต่อไปนี้
            1.  เงินทุน ผู้ประกอบการจะต้องวางแผนการใช้เงินทุน  การหาแหล่งเงินทุนเพื่อดำเนินธุรกิจ  เช่น  จากเงินออมส่วนตัว  เงินกู้ยืมจากสถานบันการเงิน  เช่น  ธนาคารอมสิน  ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เป็นต้น
            2.  บุคลกร ผู้ประกบอาจจะต้องหาบุคคลเข้ามาร่วมงานด้วยการฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือตลาดจนให้แรงจูงใจที่เหมาะสม  เช่น  ค่าตอบแทนที่ดี  เหมาะสมกับความรู้และประสบการณ์
            3.  การตลาด ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมจะต้องมีความรู้ด้านการตลาด  เพื่อให้ทราบความต้องการของผู้บริโภค  คุณภาพและปริมาณผลิตภัณฑ์  ตลาดจนราคาและสถานที่จำหน่าย  เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน
            4.  มีข้อมูลที่ถูกต้อง ผู้ประกอบการที่ดีจะต้องรู้จักศึกษาหาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจได้ถูกต้อง
            5.  ความยืดหยุ่น โครงสร้างของธุรกิจขนาดย่อมมีขอบข่ายแคบ  ผู้ประกอกการมีความยืดหยุ่นในการตัดสินใจ  สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว
            6.  พัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ตลอดเวลา  เนื่องจากผู้ประกอบการมีอำนาจการตัดสินใจด้วยตนเอง  ทันต่อความต้องการ  และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
            7.  มีความสัมพันธ์กับลูกค้า ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมสามารถสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี  รู้จักความต้องการของลูกค้า  สามารถสร้างความพึงพอใจในการให้บริการได้ถูกต้อง
            8.  คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ธุรกิจขนาดย่อมมีโอกาสพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้ตามความพึงพอใจของลูกค้า  สามารถรักษาลูกค้า  เพิ่มยอดขายและมีผลกำไร

เครื่องปรุงและวัตถุดิบในการทำลาบหมู






เครื่องปรุงและวัตถุดิบทำ ลาบหมู น้ำตกหมู มีอะไรบ้าง

            1. เนื้อหมูสับละเอียด ตับ ไส้หมู รึจะเพิ่มอย่างอื่นด้วยก็ได้ แล้วแต่ความชอบ หากต้องการทำน้ำตกหมู ให้นำเนื้อหมูไปย่างไฟ สุกปานกลางแล้วนำมาหั่นเป็นเนื้อหมูย่างแบบ หมูชิ้น
            2. ผักชีฝรั่ง หรือผักชีใบเลื่อย
            3. กระเทียมทุบหรือซอย / หอมแดงซอย
            4. ผักชี / ต้นหอมซอย
            5. ใบสะระแหน่
            6. พริกป่น
            7. ข้าวคั่ว
            8. น้ำปลา
            9. ผงชูรส
            10. มะนาว
            11. เลือดหมูสด (สำหรับทำลาบเลือดหรือก้อยเนื้อ)